ตรวจสอบโครงสร้างอาคาร

Service

สำรวจตรวจสอบตามความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร(Structural Assessment)

การสำรวจและตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารนั้น ต้องมีความชำนาญในการดูแลและตรวจสอบหรือผู้ที่เข้าไปตรวจสอบต้องมีความเข้าใจกับปัญหาอาคารทรุดหรืออาการโครงสร้างร้าว วิธีการสังเกตง่ายๆ ของตัวโครงสร้างทรุดจะเกิดการร้าวของผนังเป็นรอยเฉียงออกจากมุมเสาด้านบนหรือเสาคานเกิดการร้าวเป็นเส้นรอบๆ ให้สังเกตว่ารอยร้าวมีการหยุดหรือไม่ ถ้ารอยร้าวมีอาการร้าวเพิ่มเรื่อยๆ ให้โทรหาวิศวกรหรือผู้ชำนาญงานเพื่อหาวิธีซ่อมแซมและแก้ไขต่อไป

  1. การตรวจสอบสภาพภายนอกอาคาร (Geometry Survey)เป็นการสำรวจตรวจสอบอาคารทางกายภาพกาสำรวจ มิติต่างๆ ทางกายภาพของอาคาร
    • ตรวจสอบบันทึกสภาพแตกร้าวของอาคารที่มองเห็น (Visual Inspection)
    • ตรวจสอบสภาพการทรุดตัวของอาคาร, สภาพการเอียงของโครงสร้าง เป็นต้น
  2. การสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลชั้นดิน (Soil Testing & Survey)การสำรวจดูสถานที่ซึ่งจะทำการสำรวจดิน โดยสังเกตชนิดของฐานรากบริเวณใกล้เคียง รอยแตกบริเวณประตู หรือหน้าต่างหรือคานรับน้ำหนัก ปัญหาเรื่องน้ำหนักปัญหาเรื่องน้ำกัดเซาะดินอาจ พบในบางแห่งที่มีการไหลของน้ำซึมผ่านชั้นดินเมื่อทำการขุด ข้อมูลเหล่านี้จะได้มาจากการสอบถาม และสำรวจพื้นที่บางครั้งจำเป็นที่จะต้องไปศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับดินเพิ่มเติม ปกติจะมาจากผลงาน การสำรวจหรือวิจัยของสถาบันการศึกษา ข้อมูลจากหน่วยงานของท้องถิ่น แผนที่ภาพถ่ายทาง ข้อมูลเกี่ยวกับดินและหินกรมทรัพยากรธรณี เป็นต้น ทั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการเตรียมการเตรียมของที่จำเป็นจะต้องใช้สำหรับการ ปฎิบัติและเป็นการเตรียมการเบื้องต้น
  3. ตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารโดยตรวจสอบแบบสุ่มตัวอย่าง ดังนี้ตรวจสอบคุณภาพของคอนกรีตแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing)โดยวิธีวัดขนาดแรงสะท้อนด้วยเครื่อง Schmidt Hammer
    - ตรวจสอบค่ากำลังอัดสูงสุดของคอนกรีตโดยวิธี Ultrasonic Pulse Velocity Test ( PUNDIT )
  • ตรวจสอบสภาพความเป็นกรด – ด่างของผิวคอนกรีต Carbonation Test
  • ตรวจสอบปริมาณคลอไรด์ ของคอนกรีต Chloride Test
  • ตรวจสอบตำแหน่งและขนาดของเหล็กเสริม Ferro Scan / Covermeter Test
  • ตรวจสอบกำลังของเหล็กเสริมด้วยวิธี Hardness Test
  • การเจาะเก็บแท่งตัวอย่าง Core Sampling
  • การทดสอบกำลังดึงของเหล็กเสริม โดยตัดตัวอย่างจากองค์อาคาร ( Specimen Sampling)
  • การทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกขององค์อาคาร ( Slab Load Test )
  • การทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม ( Pile Load Test )
  • การตรวจสอบความยาวและความสมบูรณ์ของตัวเสาเข็ม โดยวิธี Side Echo Test
  1. การตรวจสอบสภาพภายนอกอาคาร (Geometry Survey)การสำรวจมิติต่างๆ ทางกายภาพของอาคาร เป็นการสำรวจสภาพภายนอก และภายในอาคารที่สามารถมองเห็น สำรวจสภาพการใช้พื้นที่อาคารทำการบันทึกตรวจวัดความยาว ความกว้าง ของอาคาร ตำแหน่งและขนาดพร้อมหน้าตัดของโครงสร้างอาคาร เช่น คาน,เสา เป็นต้น เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการจัดทำแบบแปลนของอาคารขึ้นใหม่ การตรวจสอบบันทึกสภาพการแตกร้าวของอาคารที่มองเห็น เนื่องจากสภาพการใช้งานความชำรุดเสียหายตามสภาพของอาคาร เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นประกอบการตรวจสอบความมั่งคงแข็งแรงของอาคารต่อไป ขนาดของรอยร้าว (ความลึก ความกว้าง และ ความยาวทิศทาง(ตามขวาง ตามยาว ตามแนวดิ่งตามแนวทแยง หรือมีการกระจายทั่วๆไป) ตำแหน่งรอยร้าว เป็นต้นเพื่อติดตามพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงรอยแตกร้าวระยะยาว (Long Term Monitoring) เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบพฤติกรรมของการแตกร้าว บริษัทฯจะใช้เครื่องมือทดสอบที่เรียกว่า “Crack Meter” การตรวจสอบการทรุดตัวจะทำการต่อเนื่อง คือการติดตั้ง Reading Scale ที่เสาแต่ละต้นเพื่อติดตามพฤติกรรมการทรุดตัวของอาคาร
  2. การสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลชั้นดิน (Soil Testing & Survey)
    • การเจาะดินเพื่อการสำรวจเบื้องต้น เป็นการขุดหรือเจาะดินเล็กน้อยเบื้องต้องการ ทราบชนิดของดินการเรียงตัวของชั้นดิน ระดับน้ำใต้ดิน และอื่น ๆ อันจะเป็นประโยชน์ในการเตรียมเครื่องมือและวางแผนงานได้ดีขึ้นสำหรับงานสำรวจดินซึ่งไม่ใหญ่มากนักอาจไม่มีขั้นตอนนี้ หรือหากเป็นงานที่เล็กแล้วการสำรวจดินในสนามอาจสิ้นสุดที่ขั้นตอนนี้ก็ได้
    • การสำรวจดินเพื่อหารายละเอียดเป็นการวางแผนอย่างละเอียดเกี่ยวกับการสำรวจดินโดยทั่วไปจะระบุว่าจะเจาะดินทั้งหมดกี่หลุม แต่ละหลุมลึกเท่าไรมีการทดสอบในสนามอะไรบ้างในตำแหน่งความลึกเท่าใด เก็บตัวอย่างดินของหลุมใดที่ระดับลึกเท่าไร เพื่อนำไปทดสอบอะไรโดยปกติแล้วจะต้องการข้อมูลสำหรับทำ Soil Profile ข้อมูลเกี่ยวกับความแข็งแรงของดิน (Shear Strength Parameters) และข้อมูลเพื่อใช้คำนวณ หาการทรุดตัวของสิ่งก่อสร้าง
    • ความลึกของการเจาะสำรวจ โดยทั่วไปนั้นมักจะเจาะสำรวจดินเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอต่อการออกแบบและก่อสร้าง ฐานราก ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายและเวลาที่ใช้ในการดำเนินการ เพื่อที่จะศึกษา ลักษณะการวางตัวของชั้นดิน ความลึกสูงสุดของหลุมได้มา จากการประมาณหาการกระจายของแรงที่มีผลต่อดินไปไม่มากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ (Pressure Increment Is 10 Percent Of Contact Pressure) ซึ่งประมาณได้เท่ากับ 2 เท่าของความยาว ของฐานรากนับจากระดับใต้ฐานรากลึกลงไปหากเป็นดินอ่อนที่ทำให้เกิดปัญหาซึ่งจำเป็น ที่จะต้องใช้เสาเข็ม หรืออื่นๆ ควรจะเจาะให้ลึกลงไปจนถึงชั้นดินที่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของโครงสร้าง
  3. ตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างเพื่อหาความสามารถในการรับ กำลังและคุณสมบัติของวัสดุโครงสร้าง
    • 3.1) การทดสอบ Rebound Hammer Test หรือ SchmidtHammer Test( ASTM C805)เป็นกาตรวจสอบคุณภาพของคอนกรีตแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing) โดยวิธีวัดขนาดแรงสะท้อนด้วย Schmidt Hammer Testเพื่อประเมินค่ากำลังอัดสูงสุด (Maximum Compressive Strength ) หรือค่า fc’ ของคอนกรีต การทดสอบด้วยวิธีนี้ ดำเนินการตามมาตรฐาน ASTM C805
    • 3.2) ตรวจสอบค่ากำลังอัดสูงสุดของคอนกรีตโดยวิธีUltrasonic Pulse Velocity Test ( PUNDIT,ASTM C803)เป็นการการตรวจสอบโดยวิธีการส่งคลื่นความถี่สูง (Ultrasonic Pulse) ผ่านเข้าไปในตัวกลางเนื้อคอนกรีตที่ต้องการทดสอบ นำค่าที่ได้มาคำนวณหาค่าความเร็วคลื่น เพื่อนำไปแปรผลเป็นค่ากำลังอัดสูงสุดของคอนกรีต
    • 3.3)ตรวจสอบสภาพความเป็นกรด – ด่างของผิวคอนกรีต Carbonation Testงานทดสอบในสนาม โดยใช้สารละลาย phoenophtalein เจือจางฉีดพ่น ลงบนผิวคอนกรีตเพื่อดูค่า pH หรืองานทดสอบในห้องปฏิบัติการโดยเจาะเก็บผงคอนกรีตที่ระยะความลึกต่างๆกัน มาทดสอบหาค่า pHในห้องทดลอง
    • 3.4) ตรวจสอบปริมาณคลอไรด์ของคอนกรีต Chloride Test(ASTM C114) ปริมาณของ Chloride เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการผุกร่อนเป็นสนิม ของเหล็กเสริม ถ้ามีปริมาณมากพอในระหว่างการผสมคอนกรีตอาจมีผลทำให้ Passivity Film ไม่เกิดขึ้น หรือถ้าเกิดการแทรกซึมเข้ามาภายหลังจากน้ำทะเลหรือน้ำจากการผลิตที่มี Chloride เป็นต้นจนถึงตำแหน่งเหล็กเสริมเหล็กเสริมก็จะเกิดเป็นสนิมอย่างรวดเร็ว การตรวจสอบปริมาณ Chloride เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างระยะความลึก และปริมาณของ Chlorideตรวจสอบโดยนำผงคอนกรีตที่ระดับความลึกต่างๆ มาทดสอบในห้องทดลองเพื่อหาแนวโน้มการแทรกซึมของ Chloride
    • 3.5) ตรวจสอบตำแหน่งและขนาดของเหล็กเสริม Ferro Scan / Covermeter Test เป็นการสำรวจเพื่อหาตำแหน่งและระบุขนาดของเหล็กเสริมในโครงสร้าง โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “ COVERMETER”ซึ่งอาศัยหลักการที่เหล็กเสริมที่อยู่ ในเนื้อคอนกรีตจะมีผลกระทบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กที่เครื่องมือ ทดสอบสร้างขึ้น ซึ่งจะมีค่าสูงสุดเมื่ออยู่ตรงตำแหน่งเหล็กเสริมพอดี ทำให้สามารถระบุความลึก ( Cover Depth )และขนาดของเหล็กเสริม ( Bar Size ) ได้ เครื่องมือชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้งานหาตำแหน่งเหล็กเสริมใน พื้นและกำแพง คสล. หรือ เสา , คาน ขนาดเล็กที่มีการเสริมเหล็กไม่หนาแน่น ความถูกต้องแม่นยำของเครื่องมือจึงขึ้นอยู่กับระยะห่าง ของเหล็กเสริม ( Spacing ) และตำแหน่งความลึกของเหล็กเสริม ( Cover Depth ) การใช้เครื่องมือนี้จึงควรมีการสอบเทียบตำแหน่ง และขนาดของเหล็กเสริมจริงจากการเจาะหรือสกัดเปิดผิวคอนกรีต
    • 3.6) ตรวจสอบกำลังของเหล็กเสริมด้วยวิธี Hardness Test เป็นการทดสอบในลักษณะเดียวกับการทดสอบ Rebound Hammer Test ในคอนกรีตโดยการทดสอบนี้จะประเมินค่าความแข็ง ( Hardness )ของผิวเหล็กเสริมการทดสอบด้วยวิธีนี้จะต้องมีการกำหนดตำแหน่งของเหล็กเสริมก่อน( อาจทำร่วมกับ Ferro Scan )หลังจากนั้นทำการเจาะผิวคอนกรีตด้วยสว่านไฟฟ้า ทำความสะอาดผิวเหล็กเสริมแล้วจึงเริ่มดำเนินการทดสอบ
    • 3.7)การเจาะเก็บแท่งตัวอย่าง Core Sampling (ASTM C42)เป็นการเจาะเก็บตัวอย่าง คอนกรีตด้วยเครื่องเจาะ (Core Drilling Machine )ที่โครงสร้างคานและเสา เพื่อนำไปทดสอบหาค่ากำลังอัดสูงสุด ( Maximun Compressive ) ด้วยเครื่องทดสอบกำลังอัด ( Compression Machine )ใน ห้องทดลอง
    • 3.8) การทดสอบกำลังดึงของเหล็กเสริม โดยตัดตัวอย่างจากองค์อาคาร( Specimen Sampling ,ASTM E8) เป็นการทดสอบแบบทำลาย( Destructive Test )โดยการสุ่มตัดแท่งตัวอย่างเหล็กเสริมไปทดสอบหาค่ากำลังรับแรงดึง ( Tensile Strength , fy ) ในห้องทดลองการทดสอบแบบนี้ไม่เหมาะสมที่จะทำเป็นจำนวนมากเพราะทำให้องค์อาคาร เสียหายและต้องซ่อมแซม
    • 3.9) การทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกขององค์อาคาร( Slab Load Test ,ACI 318) เป็นการทดสอบเพื่อหากำลังในการรับน้้ำหนักบรรทุกของโครงสร้างภายใต้น้ำหนัก บรรทุกจริงเพื่อศึกษาพฤติกรรมจริงในการรับน้ำหนักของโครงสร้างโดยการทดสอบจะค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักที่กระทำกับโครงสร้างและวัดค่าการเสียรูป ของโครงสร้าง (Deflection)
    • 3.10) การทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม( Pile Load Test ,ASTM D3689-83) เป็นการทดสอบกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มโดยการวางน้ำหนัก บรรทุกลงบนหัวเสาเข็มแล้วตรวจวัดค่าการทรุดตัวที่เกิดขึ้น สำหรับเสาเข็มที่จะใช้เป็นหลักรั้ง จะใช้เสาเข็มไมโครไพล์ (Micro Pile ) ซึ่งสามรถทำงานใต้อาคารได้ เป็นตัวยึดโครงเหล็ก (Support Frame ) ที่วางพาดอยู่เหนือเสาเข็มทดสอบจากนั้นใช้แม้แรงไฮดรอลิค วางบนหัวเสาเข็มทดสอบแล้วดันโครงเหล็ก เพื่อให้เกิดแรงดันกลับ เกิดเป็นน้ำหนักกดลงบนเสาเข็มทดสอบ อ่านค่าบันทึกแรงดันจาก Pressure Gauge ที่ติดอยู่กับชุดแม่แรงไฮดรอลิค พร้อมกับตรวจวัดและบันทึกค่าการทรุดจมของเสาเข็มไปด้วยพร้อมๆกัน เมื่อทดสอบจนแล้วเสร็จนำผลที่ได้มา เขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง น้ำหนักบรรทุกกับค่าการทรุดตัว เพื่อการวิเคราะห์ผลต่อไป 3.11) การตรวจสอบความยาวและความสมบูรณ์ของตัวเสาเข็ม โดยวิธี Side Echo Test เป็นการตรวจสอบความสมบูรรณ์ของตัวเสาเข็ม โยดส่งคลื่นความสั่นสะเทือน จากเครื่องกำเนินความถี่ (VibrationalMachine)ลงไปในเนื้อคอนกรีตของตัวเสาเข็ม ที่ต้องการตรวจสอบ โดยคลื่นความถี่จะเกิดการสะท้อนกลับขึ้นมาที่ผิวคอนกรีต ทำให้สามารถตรวจสอบสภาพความต่อเนื่องหรือความบกพร่อง ที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเสาเข็มได้จากการดูรูปแบบคลื่นที่ปรากฎทีั้งยังประมาณความลึกของเสาเข็มได้อีกด้วย

Explore the strength of the structure (Structural Assessment).

Explore and examine the strength of the structure. Have the expertise to oversee and verify that the check or the need to understand the structure of the building collapse or a crack observation. Of the structure collapsed to the crack of the wall is welded around the top of the tower or antenna beam around the fracture line. Note that the leak has stopped or not. If cracks have to continue should to call an engineer or an expert to find out how to repair and modify.

  1. Check the condition of the building (Geometry Survey) to probe the physical plant's Explore the physical dimensions of the building.
    • Check on the condition of the building visible cracks (Visual Inspection).
    • Check the condition of the building collapsed, slope of the structure.
  2. Explore and analyze soil (Soil Testing & Survey), explore the places where the soil survey. The crack of the vicinity cracks around the door or window or beam, weight, soil erosion or water. In some places the flow of water through the soil when digging. These data are derived from a query. And explore some of the need to educate yourself more on the ground usually works. By research institution to information from local agencies. Maps and photos about the department of soil and rock. It is useful in the preparation of the necessary preparations to be used for. Practice and preparation of preliminary
  3. Check stability of the structure by examining a random sample.
    • Non-Destructive Testing by measuring the force with Schmidt Hammer.
    • Check Compressive strength of concrete by Ultrasonic Pulse Velocity Test (PUNDIT).
    • Check the condition of acid - base of concrete Carbonation Test.
    • Determine the amount of concrete Chloride Test.
    • Determine the position and strength of Ferro Scan / Cover meter Test.
    • Check the strength of steel with a Hardness Test.
    • Collection bar for Core Sampling.
    • Test the tensile strength. In the example of one building (Specimen Sampling)
    • Test the weight of the body of the building (Slab Load Test).
    • Test the weight of the pile (Pile Load Test).
    • Determine the length and integrity of the pile by Side Echo Test.
  1. To check outside of the building (Geometry Survey) .Explore the various dimensions of physical plant. Outside and inside of the building can be seen. Survey of the measure length, width and shape of the building location and size of structures such as beams, columns, etc., to be used as information for prepare to the new plan of building. Inspection division of the building visible and find cause damaged condition of the building.At first explore of the stability of building. The size of the cracks (depth, width and length direction (longitudinal vertical cross diagonally or normal distribution to track long-term behavior change (Long Term Monitoring) tool used to check the behavior of the crack. The company will use a test called "Crack Meter" to monitor the settlement will continue. Reading Scale is set to track the behavior of each of the pillars of the building collapsed.
  2. Explore and analyze soil (Soil Testing & Survey).
    • In preliminary dig or drill to check type of soil, groundwater levels and other tools will be useful in the preparation and planning better for the soil, which is not very large, this step may not be available. Or if it is small, the soil in the field may be terminated at this step.
    • Explore to find out the details of the plan with the soil generally indicates that the total number of holes to drill. How deep a hole to be tested in the field, some in much depth. Soil sampling of the hole that much deeper level. The test is usually required for a Soil Profile Information about the strength of the soil (Shear Strength Parameters) and to calculate. The settlement of the building.
    • Explore the depth of penetration. In general, tend to penetrate the soil to obtain sufficient information to design and construction of foundations, which must take into account the cost and time required to perform. In order to study. The rest of the soil. Maximum depth of the hole was. The estimated distribution of the forces that affect the soil to no more than 10 percent (Pressure Increment Is 10 % of Contact Pressure), which is approximately equal to two times the length. The foundation of the foundations of the deep if the soil is soft, which is causing the problem. To the pile or the other should be drilled to a depth down to the ground floor is strong enough to handle the weight of the structure.
  3. Inspection to determine the structural stability of the reception. The structure and properties of materials.
    • 3.1) Rebound Hammer Test, or test Schmidt Hammer Test (ASTM C805) is in a non-destructive inspection of concrete. (Non-Destructive Testing) by measuring their strength with Schmidt Hammer Test to evaluate the maximum compressive strength (Maximum Compressive Strength) or fc 'of concrete tested in this way. Implement of the standard ASTM C805.
    • 3.2) determine the maximum compressive strength of concrete by Ultrasonic Pulse Velocity Test (PUNDIT, ASTM C803) is investigated by means of sending a high frequency (Ultrasonic Pulse) through the intermediary of the tested concrete. The value was calculated for the wave velocity to convert as the maximum compressive strength of concrete
    • 3.3) Inspection of the acid - base of concrete Carbonation Test sample in the field. The solution phoenophtalein. Dilute spray. A substrate for the pH test in the laboratory or collected by the depth of concrete powder was tested for pH in different laboratories.
    • 3.4) determine the amount of concrete chloride Chloride Test (ASTM C114) Chloride is an important amount of corrosion that can cause rust. Strength. If the volume of the concrete may result in Passivity Film does not occur or if any penetration into the water or sea water to produce a Chloride as the position of reinforcement steel, will corrode. quickly Chloride to determine the correlation between depth and volume of Chloride monitored by powder concrete at various depths. Tested in the laboratory to determine the infiltration of Chloride.
    • 3.5) determine the position and strength of Ferro Scan / Cover meter Test conducted to locate and identify the size of the steel structure. Using a tool called "COVERMETER" which relies on the principle that strength is. Concrete is the result of the magnetic field instruments. Test created. This is the highest position in the steel fit. You can specify the depth (Cover Depth) and the size of the reinforcing steel (Bar Size) is the ideal tool to locate reinforcing steel in walls, floors and Csl. Or columns, beams, reinforced with a small density. Accuracy of the tool depends on the distance. Strength (Spacing) and the depth of reinforcement (Cover Depth).Instruments should be calibrated position, size and strength of the drilling or extraction of the substrate.
    • 3.6) Check the strength of steel with a Hardness Test is a test in the same manner as the Rebound Hammer Test in concrete test conducted to evaluate the hardness (Hardness) of the surface for the test in this way has to be placement of reinforcing steel before (probably made with Ferro Scan) to penetrate the concrete with a power drill. Clean steel, to begin the test
    • 3.7) Collected for Core Sampling (ASTM C42) of the collected samples of concrete drilling (Core Drilling Machine), the structural beams and columns to determine the maximum compressive strength (Maximum Compressive) Compression testing machine (Compression Machine) in the laboratory.
    • 3.8) Test the tensile strength. In the example of one building (Specimen Sampling, ASTM E8) to test the (Destructive Test) were randomly cut bars for reinforcement to test the strength of the (Tensile Strength, fy) in the laboratory to test this not be large because of the strain energy. Damaged and need to repair
    • 3.9) Testing the weight of the body of the building (Slab Load Test, ACI 318) was tested for its capacity to carry the weight of the structure under load. Actually carried out to study the actual behavior of the weight of the structure of the test will be gradually Add weight to the structure and measuring the deformation of the structure (Deflection).
    • 3.10) Test the weight of the pile (Pile Load Test, ASTM D3689-83) to test the load capacity of piles by putting on weight. Load on the pile to measure the subsidence occurred for piles to be used as a brace. The Micro Pile which is run under the building. Metal bracket (Support Frame) is laid across the pile of tests, use a hydraulic pressure value. Then pile the pressure on the steel frame and pressure weight pressing down on the pile. Read the record of Pressure Gauge pressure is attached to a hydraulic jack c. With measuring and recording the settlement of the pile to the other submerged. When testing is completed, the results obtained. Graph show the relationship between load and settlement.
    • 3.11) determine the length and integrity of the pile by Side Echo Test to determine the minimum space of the pile. By the frequency shock wave of the bundle (Vibration Machine) to the top concrete of the pile. To check the spectrum is reflected back to the concrete and check the condition or defect. That may come up with a pile of wave patterns that appear also about the depth of the pile, too.