การเสริมฐานราก

Service

การเสริมฐานราก Underpinning

การแก้ไขปัญหาอาคารทรุดตัวโดยวิธีการเสริมฐานราก (Underpinning) มีขั้นตอนดังนี

  1. สำรวจตรวจสอบอาคารโดยวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินปัญหาของการทรุดตัว โดยมีขั้นตอน ดังนี้
    • สำรวจตรวจพินิจสภาพความเสียหายโดยรวมของอาคาร (Visual Inspection)
    • สำรวจค่าการทรุดเอียงตัวของอาคารโดยกล้องระดับ (Settlement Surveying)
    • สำรวจรอยแตกร้าวของโครงสร้างอาคาร (Structural Crack Mapping)
    • ประเมินค่ามุมบิดของโครงสร้าง (Angular Distortion)ในบางกรณีอาจต้องทำการสำรวจเพิ่มเติมในเชิงลึก เช่น การเจาะสำรวจชั้นดินฐานราก (Soil Investigation) การขุดสำรวจโครงสร้างฐานราก (Test Pit) การตรวจสอบความยาวเสาเข็มโดยวิธี Seismic Test หรือ การสำรวจติดตามการทรุดตัวระยะยาว (Long Term Settlement Monitoring) เป็นต้น
  2. เมื่อทราบถึงสาเหตุและปัญหา วิศวกรจะทำการประเมินน้ำหนักบรรทุกของอาคาร (Column Load) แล้วจึงกำหนดตำแหน่งที่จะทำการเสริมฐานราก-จำนวนเสาเข็ม-ความยาวเสาเข็ม ทั้งนี้การเสริมฐานรากอาจเลือกทำเฉพาะตำแหน่งที่มีความเสียหาย (Partially Underpinning) แต่ในกรณีทีอาคารเกิดการทรุดเอียงตัว-เสียหายมากอาจจำเป็นต้องทำทุกตำแหน่ง (Completely Underpinning)
  3. ขุดเปิดพื้นที่ในการทำงานใกล้ตำแหน่งฐานรากเดิม ความลึกประมาณ 1.5 เมตร ความกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร หลังจากนั้นทำการกดเสาเข็มไมโครไพล์ด้วยแม่แรงไอดรอลิก (Hydraulic Jacking) ลงสู่ชั้นดินทีละท่อน ท่อนละ 1 เมตร แล้วทำการเชื่อมต่อแต่ละท่อน กดเสาเข็มจนกระทั่งได้ความลึกตามที่วิศวกรกำหนดไว้ เมื่อทำการกดเข็มได้ความลึกตามต้องการ จะเทคอนกรีตลงไปในเสาเข็มเหล็กเพื่อเพิ่มความคงทนและป้องกันการกัดกร่อนจากน้ำใต้ดิน
  4. ทำการค้ำยันโครงสร้างด้วย Screw Jack เพื่อรื้อถอนฐานรากเดิม และประกอบฐานรากใหม่ ซึ่งฐานรากใหม่อาจจะเป็นฐานรากแบบโครงเหล็กรูปพรรณ (Steel Frame) หรือ ฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforcement Concrete)
  5. ทำการถ่ายเทน้ำหนักบรรทุกลงสู่ฐานราก (Pre-Loading) โดยใช้แม่แรงขนาด 100 ตัน กดย้ำที่หัวเสาเข็มหรือฐานรากใหม่ เพื่อให้ฐานรากสามารถรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานได้ทันทีโดยไม่เกิดการทรุดตัวในภายหลัง
  6. ในกรณีที่ต้องยกปรับระดับอาคาร (Lifting) จะทำการค้ำยันโครงสร้างด้วย Screw Jack แล้วจึงทำการตัดเสาตอม่อเดิม ติดตั้งแม่แรงขนาด 50-100 ตัน แทนที่ แล้วจึงทำการปรับยกตัวอาคารให้ได้ระดับหรือความสูงตามต้องการต่อไป

หมายเหตุ

  • การเสริมฐานรากใช้พื้นที่ในการทำงานไม่มากและไม่มีผลกระทบกับอาคารข้างเคียงเนื่องจากไม่มีแรงสั่น สะเทือน เสียงดังอึกทึกรบกวน และฝุ่นควันขณะทำงานอีกทั้งยังสามารถพักอาศัยในอาคารได้ตามปกติ
  • เสาเข็มไมโครไพล์ (Micro Pile) คือ ท่อเหล็กท่อนละ 1 เมตร(Segmental Steel Pipe) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ตั้งแต่ 4-10 นิ้ว ซึ่งวิศวกรจะเป็นผู้กำหนด
  • แม่แรงไฮดรอลิกที่ใช้ในการกดเสาเข็มและ Pre-Loading ต้องผ่านการสอบเทียบ(Calibration) โดยหน่วยงานซึ่งเป็นที่ยอมรับ
  • การเสริมฐานรากควรอยู่ในความควบคุมดูแลของวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์

 

 

Underpinning

Let’s know how to strengthen of the collapsed buildings (Underpinning). Procedures are as follows.

  1.  Explore the building by an engineer or an expert to assess the issue of settlement,
    •  Explore inspection for damage survey of buildings (Visual Inspection).
    •  Explore the settlement of the building by tilting the camera (Settlement Surveying).
    •  Explore the cracks of the building structure (Structural Crack Mapping).
    •  Evaluation of the twisted structure (Angular Distortion) in some cases may need to explore more in depth, such as partial soil foundation (Soil Investigation) to dig exploring the foundations (Test Pit) to determine the length of the pile, by the way ”Seismic Test” or explore the long-term follow up of settlement (Long Term Settlement Monitoring) etc.
  2.  Just to know the causes. Engineers will evaluate the load of the building (Column Load), then the position will strengthen the pile - quantity a pile - the length of the pile. The underpinning may choose to support a position that has been damaged (Partially Underpinning), but the building collapsed due to the tilt - it may be necessary to do all (Completely Underpinning).
  3.  Excavation work near the area where the original pillar depth about 1.5 meters and wide about 80 cm after the original pillar press compiled by Hydraulic Jacking into the soil one by one and connecting rods, each rod until the depth of the pile is on target of the engineer. And then placing cements it into a pile for durability and corrosion protection of groundwater.
  4.  The bracing structure with Screw Jack to demolish the existing foundation. The new foundation is a steel frame (Steel Frame) or concrete. (Reinforcement Concrete).
  5.  To transfer loads to the pillar. (Pre-Loading) using a 100-ton crane to emphasize that the new piles or new pillar. The pillar load can be used without a settlement later.
  6.  In case that the building has to level (Lifting) the structure will be braced with Screw Jack and then cutting the mast cleat. 50-100 ton crane to install and replace the building and then adjust the level or height in requires.

    Note
    •  Underpinning used small of space to work and no adverse on the building because there is no vibration, no noise, no dust and smoke at work and can stay in the building as usual.
    •  Micro Pile is a steel rod of 1 meter (Segmental Steel Pipe) in diameter from 3-10 inches, which is determined by engineers.
    •  A hydraulic jack is used to push the pile and Pre-Loading through the calibration which was accepted by the agency.
    •  Underpinning should be placed in the supervision of an engineer or experienced professionals.